ระบบจองคิวออนไลน์สำหรับร้านบริการ เช็กลิสต์ก่อนเริ่มทำ
เผยแพร่
ระบบจองคิวที่ดีไม่ได้เริ่มจากการเลือกหน้าตา แต่เริ่มจากกฎของร้านคุณเอง เช่น คิวหนึ่งนานเท่าไหร่ ใครรับงานได้ และลูกค้ายกเลิกได้ถึงเมื่อไหร่ บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ให้ตอบก่อนคุยกับคนทำระบบ
เริ่มจากสิ่งที่ลูกค้าจองจริง ๆ
สิ่งที่จองแตกต่างกันตามธุรกิจ ร้านนวดจองเวลาของนักบำบัดหนึ่งคน ร้านเช่ารถจองรถหนึ่งคันตลอดช่วงวัน ส่วนห้องประชุมจองห้องตามช่วงเวลา ตอบให้ชัดว่าทรัพยากรที่ถูกจองคืออะไร เพราะมันกำหนดวิธีคำนวณว่ามีคิวว่างหรือไม่
- ทรัพยากรที่ถูกจองคือคน ห้อง รถ หรืออย่างอื่น
- หนึ่งรายการจองใช้เวลาคงที่ หรือเลือกได้ เช่น 60 90 หรือ 120 นาที
- ต้องเว้นช่วงพักหรือเก็บของระหว่างคิวหรือไม่
- เวลาเปิดปิดและวันหยุดของแต่ละทรัพยากรเหมือนกันหรือไม่
แสดงเฉพาะคิวที่ว่างจริง
ลูกค้าไม่ควรเห็นปุ่มเวลาที่จองไม่ได้ เพราะนำไปสู่การจองซ้อนและการโทรมาขอแก้ ระบบต้องตรวจคิวที่มีอยู่ทุกครั้งที่แสดงตัวเลือก และตรวจอีกครั้งตอนกดยืนยัน เผื่อมีคนอื่นจองช่วงเดียวกันระหว่างที่ลูกค้ากำลังกรอกข้อมูล
ร้านที่มีหลายสาขาหรือหลายคนให้บริการควรตัดสินใจด้วยว่า ลูกค้าเลือกคนเองได้หรือให้ระบบจัดให้
มัดจำและการยกเลิก
ถ้านัดแล้วไม่มาเป็นปัญหา การเก็บมัดจำผ่าน PromptPay ช่วยได้มาก แต่ต้องกำหนดกติกาให้ชัดก่อนทำระบบ เพราะทุกข้อกลายเป็นโค้ด
- เก็บมัดจำกี่เปอร์เซ็นต์ของราคา หรือเป็นจำนวนเงินคงที่
- ลูกค้ามีเวลาชำระกี่นาที และคิวถูกล็อกไว้ระหว่างรอหรือไม่
- ถ้าหมดเวลาแล้วไม่ชำระ ให้ปล่อยคิวคืนอัตโนมัติ
- ยกเลิกหรือเลื่อนได้ถึงเมื่อไหร่ และคืนมัดจำเมื่อไหร่
- ใครตรวจว่าเงินเข้าแล้ว ระบบตรวจอัตโนมัติ หรือพนักงานดูสลิป
ข้อมูลลูกค้าที่ควรเก็บ
ยิ่งขอข้อมูลมาก ลูกค้ายิ่งทิ้งการจองกลางทาง ร้านส่วนใหญ่ต้องการแค่ชื่อกับเบอร์โทรสำหรับติดต่อ ระบบที่ไม่บังคับสมัครสมาชิกลดขั้นตอนลงได้มาก เก็บเท่าที่จำเป็นต้องใช้ และบอกลูกค้าให้ชัดว่าใช้ข้อมูลนั้นทำอะไร
ฝั่งร้านต้องเห็นอะไร
อย่ามองแต่หน้าจอลูกค้า ฝั่งร้านควรเห็นตารางคิววันนี้และพรุ่งนี้ในหน้าเดียว ยืนยันหรือยกเลิกได้ และปิดช่วงเวลาที่ไม่รับงานได้เอง เช่น วันที่ช่างลาหรือรถเข้าอู่ ถ้าทำเองไม่ได้ ทุกครั้งที่ตารางเปลี่ยนต้องรอคนทำระบบ
ลองดูของจริงก่อนตัดสินใจ
เรามีเดโมที่เปิดให้ลองกดได้เองสองแบบ คือระบบจองคิวสปาและระบบจองรถเช่า ข้อมูลในเดโมเป็นข้อมูลสมมติ ลองไล่ตามเช็กลิสต์ข้างบนว่าตรงกับร้านคุณหรือขาดอะไร แล้วจดสิ่งที่อยากให้ต่างไว้ เป็นจุดเริ่มคุยที่ชัดกว่าการอธิบายด้วยคำพูด